แชร์

5 พฤติกรรมออฟฟิศที่อาจแอบกระตุ้นไมเกรนโดยที่คุณไม่รู้ตัว

อัพเดทล่าสุด: 18 ก.ค. 2026
7 ผู้เข้าชม

เคยเป็นไหม? นั่งทำงานทั้งวัน พอถึงเย็นก็รู้สึกปวดหัวข้างเดียว ตาล้า
หรือแค่เจอแสงนิดหน่อยก็แสบตาจนทนไม่ไหว...
ถ้าคุณคุ้นกับความรู้สึกนี้
นี่อาจไม่ใช่แค่ "เหนื่อยธรรมดา" แต่เป็นสัญญาณของ ไมเกรน
ที่แอบแฝงมากับพฤติกรรมการทำงานประจำวันของเรานี่เอง



ไมเกรนแต่ละคนมีตัวกระตุ้น (Trigger) ไม่เหมือนกัน
บางคนโดนกระตุ้นด้วยความเครียด บางคนเป็นเพราะนอนน้อย
หรือบางคนก็เพราะจ้องจอนานเกินไป วันนี้เราลองมาเช็กกันดูว่า
5 พฤติกรรมที่คนออฟฟิศทำกันเป็นประจำ อาจเป็นตัวการแอบซ่อนอยู่หรือเปล่า



1. จ้องจอนานเกินไปจนตาไม่ได้พัก
จอคอมพิวเตอร์ จอมือถือ ที่เราจ้องกันวันละหลายชั่วโมง
คือสาเหตุอันดับต้น ๆ ของอาการตาล้า (Digital Eye Strain)
และในหลายคนก็เป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นให้ปวดหัวหรือไมเกรนถามหา
ยิ่งถ้าจอสว่างเกินไปหรือมีแสงสะท้อนกวนใจ ยิ่งทำให้ดวงตาทำงานหนักขึ้นไปอีก



2. ความเครียดสะสมจากงานที่ไม่มีวันหมด
เดดไลน์ถาโถม งานเร่งด่วน ประชุมต่อเนื่องทั้งวัน...
ความเครียดแบบนี้แหละที่หลายคนบอกตรงกันว่าเป็นตัวกระตุ้นไมเกรนชั้นดี
แถมยังทำให้กล้ามเนื้อคอบ่าตึงเกร็งไปด้วย ยิ่งเครียด ยิ่งตึง ยิ่งปวด วนเป็นลูป



3. นอนดึก นอนไม่เป็นเวลา
ใครที่ชอบนอนดึกเป็นประจำ หรือเวลานอนไม่แน่นอนในแต่ละวัน
ต้องระวังให้ดี เพราะนี่คือหนึ่งในตัวกระตุ้นไมเกรนที่พบได้บ่อยที่สุด
มีงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันตรงกันว่าคุณภาพการนอนส่งผลโดยตรง
ต่อความถี่ของอาการไมเกรน



4. ลืมกินข้าว ดื่มน้ำน้อยเกินไป
ยุ่งจนลืมกินข้าว หรือทำงานเพลินจนลืมดื่มน้ำ
ฟังดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่พฤติกรรมแบบนี้ก็อาจเป็นอีกหนึ่งตัวกระตุ้นไมเกรน
ในบางคนได้เหมือนกัน โดยเฉพาะเวลาที่ร่างกายพร่องพลังงานหรือเริ่มขาดน้ำโดยไม่รู้ตัว




5. นั่งท่าเดิมทั้งวัน ไม่ยอมลุกไปไหน
นั่งจดจ่อหน้าจอแบบไม่ลุก ไม่เปลี่ยนอิริยาบถ ไม่พักสายตาเลยทั้งวัน
สุดท้ายก็จบที่ตาล้า คอตึง บ่าแข็ง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยง
ให้ปวดหัวได้ง่ายขึ้น ลองใช้กฎ 20-20-20 (ทุก 20 นาที มองไกล 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที)
และลุกเดินยืดเส้นยืดสายทุก 1-2 ชั่วโมงดูนะ รับรองว่าช่วยได้เยอะ



แล้วจะดูแลตัวเองยังไงดี เมื่อต้องอยู่กับจอทั้งวัน?
ลองปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ดูนะ:

  • พักสายตาด้วยกฎ 20-20-20 อย่างสม่ำเสมอ
  • ปรับความสว่างของหน้าจอให้พอดี ไม่จ้าเกินไป
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดวัน
  • เข้านอน-ตื่นนอนให้เป็นเวลา
  • ลุกยืดเส้นยืดสายเป็นระยะ ๆ อย่าปล่อยให้ร่างกายแข็งทื่อ



สรุป
สำหรับใครที่รู้สึกล้ารอบดวงตาหลังจากใช้จอมาทั้งวัน
การมีตัวช่วยผ่อนคลายอย่าง "Philips PPM2702 เครื่องนวดตาอัจฉริยะ"
ที่มาพร้อมระบบประคบอุ่นและนวดด้วยถุงลม
ก็อาจเป็นอีกทางเลือกดี ๆ ให้ได้พักผ่อนหลังเลิกงาน

แต่ขอย้ำนิดนึงว่า เครื่องนวดตาไม่ได้มีไว้รักษาไมเกรนนะ
หากใครมีอาการปวดหัวรุนแรงหรือเป็นบ่อยจนกระทบชีวิตประจำวัน
แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาที่ถูกต้องดีที่สุด

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ชาร์จเร็ว 65W GaN เลือกหัวชาร์จอย่างไรให้ปลอดภัย
ทำไมต้องเลือก หัวชาร์จเร็ว 65W 1Hora เทคโนโลยี GaN? วิธีเลือกซื้ออะแดปเตอร์ที่รองรับการชาร์จทั้งมือถือและโน้ตบุ๊ก ให้เร็วและปลอดภัยที่สุด
All_Logo__7_.png Article Writer
23 ธ.ค. 2025
5 เคล็ดลับใช้เครื่องนวดคอ Philips Massager แก้ปวดตรงจุด
ปวดคอ บ่า ไหล่ จากออฟฟิศซินโดรม? ดู 5 เคล็ดลับการใช้เครื่องนวดคอ Philips Massager ที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้ตรงจุดและเห็นผลเร็วที่สุด
All_Logo__7_.png Article Writer
15 ม.ค. 2026
จ้องหน้าจอทั้งวันจนตาล้า? 7 วิธีดูแลดวงตาให้กลับมาสดชื่น
ในยุคที่การทำงาน การเรียน และความบันเทิงแทบทุกอย่างอยู่บนหน้าจอ หลายคนต้องใช้เวลาอยู่กับคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ตโฟนนานหลายชั่วโมงต่อวัน จนเริ่มรู้สึก ตาล้า ปวดตา ตาแห้ง หรือมองภาพไม่คมชัดเหมือนเดิม อาการเหล่านี้มักเกิดจากการใช้สายตาต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งเรียกรวมกันว่า Digital Eye Strain หรืออาการล้าจากการใช้หน้าจอดิจิทัล แม้โดยทั่วไปจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายถาวรต่อดวงตา แต่หากปล่อยไว้ก็อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตได้ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก 7 วิธีดูแลดวงตา ที่ทำได้ง่ายในชีวิตประจำวัน พร้อมแนะนำตัวช่วยสำหรับผู้ที่ต้องใช้สายตาหนักทุกวัน
All_Logo__7_.png Article Writer
15 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy