น้ำประปานอกจากกลิ่นคลอรีน มีอะไรปนเปื้อนอีกบ้าง? รู้ก่อนใช้น้ำทุกวัน

หลายคนคิดว่า **"น้ำประปา"** ที่ไหลออกจากก๊อก หากไม่มีกลิ่นคลอรีนก็ถือว่าสะอาดแล้ว แต่ในความเป็นจริง
แม้น้ำประปาจะผ่านกระบวนการผลิตและฆ่าเชื้อตามมาตรฐานก่อนส่งถึงบ้าน แต่ระหว่างการเดินทางผ่านระบบท่อส่งน้ำ
หรือระบบประปาภายในอาคาร ก็อาจทำให้น้ำมีสิ่งปนเปื้อนหรือสิ่งเจือปนบางชนิดได้ แม้สิ่งเหล่านี้จะไม่ได้เกิดขึ้นทุกพื้นที่
แต่การทำความเข้าใจคุณภาพน้ำที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จะช่วยให้คุณเลือกวิธีดูแลน้ำภายในบ้านได้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น

น้ำประปาที่เราใช้ทุกวัน อาจมีอะไรปะปนมาบ้าง?

1. กลิ่นคลอรีน
คลอรีนเป็นสารที่การประปาใช้ในการฆ่าเชื้อโรค เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำปลอดภัยก่อนส่งถึงผู้ใช้งาน
จึงเป็นเรื่องปกติที่บางช่วงจะได้กลิ่นคลอรีนมากกว่าปกติ โดยเฉพาะหลังการซ่อมบำรุงระบบประปา
แม้คลอรีนจะช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อโรค แต่หลายคนอาจไม่ชอบกลิ่นและรสชาติของน้ำที่มีกลิ่นคลอรีน
2. ตะกอน เศษทราย และสนิมจากท่อ
แม้น้ำจะสะอาดตั้งแต่ออกจากโรงผลิต แต่เมื่อไหลผ่านท่อส่งน้ำที่ใช้งานมานาน อาจมีสิ่งปะปน เช่น
- ตะกอนดิน
- เศษทราย
- สนิมจากท่อเหล็ก
- สิ่งแขวนลอยขนาดเล็ก
สิ่งเหล่านี้อาจทำให้น้ำมีสีขุ่น หรือมีเศษเล็ก ๆ ปะปนอยู่ โดยเฉพาะหลังการซ่อมท่อประปา หรือในอาคารที่ใช้ระบบท่อเก่า

3. ตะกรันจากความกระด้างของน้ำ
น้ำในบางพื้นที่อาจมีแร่ธาตุ เช่น แคลเซียมและแมกนีเซียมในปริมาณสูง ส่งผลให้เกิดคราบตะกรันตาม
- ฝักบัว
- ก๊อกน้ำ
- เครื่องทำน้ำอุ่น
- กาต้มน้ำ
- เครื่องซักผ้า
แม้จะไม่ได้เป็นอันตรายโดยตรง แต่ตะกรันสามารถลดประสิทธิภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้าและเพิ่มค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้

4. โลหะที่อาจพบจากระบบท่อเก่า
ในบ้านหรืออาคารที่ใช้ระบบท่อเก่ามาเป็นเวลานาน อาจมีโลหะบางชนิดละลายปนออกมากับน้ำได้ เช่น
- เหล็ก
- ทองแดง
- แมงกานีส
- รวมถึงในบางกรณีอาจพบตะกั่ว หากเป็นระบบท่อเก่าที่ใช้วัสดุดังกล่าว
แม้ว่าน้ำประปาจากผู้ผลิตจะผ่านมาตรฐานแล้ว แต่ระบบท่อภายในอาคารก็เป็นอีกปัจจัยที่ควรได้รับการดูแล

5. สิ่งสกปรกที่สะสมในถังเก็บน้ำ
หลายบ้านใช้น้ำผ่านถังพักน้ำก่อนเข้าสู่ระบบภายในบ้าน หากไม่ได้ล้างถังเป็นเวลานาน อาจเกิดการสะสมของ
- ฝุ่น
- ตะกอน
- เมือก
- สิ่งสกปรกต่าง ๆ
จึงควรล้างถังเก็บน้ำเป็นประจำ เพื่อรักษาคุณภาพน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ

ทำไมหลายบ้านจึงเริ่มติดตั้งเครื่องกรองน้ำก่อนเข้าบ้าน?
ปัจจุบันหลายครอบครัวเลือกติดตั้ง **เครื่องกรองน้ำก่อนเข้าระบบประปาภายในบ้าน**
เพื่อช่วยดักจับตะกอนและสิ่งสกปรกตั้งแต่ต้นทางช่วยลดการสะสมของคราบในท่อน้ำ
สุขภัณฑ์ เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องซักผ้า และอุปกรณ์ที่ใช้น้ำภายในบ้าน
นอกจากนี้ ยังช่วยลดภาระของเครื่องกรองน้ำปลายทาง ทำให้ระบบกรองโดยรวมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Philips Water รุ่น AWP1830 ตัวช่วยดูแลคุณภาพน้ำตั้งแต่ต้นทาง
หากกำลังมองหาเครื่องกรองน้ำสำหรับติดตั้งก่อนเข้าบ้าน Philips Water รุ่น AWP1830
เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ออกแบบมาเพื่อช่วยดักจับตะกอน เศษทราย สนิม และสิ่งแขวนลอยที่มากับน้ำประปา
ช่วยปกป้องระบบท่อน้ำและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน พร้อมดูแลคุณภาพน้ำตั้งแต่ต้นทาง กรองละเอียด 40 ไมครอน
ดักจับสิ่งสกปรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Philips Water AWP1830 ใช้ไส้กรองสเตนเลส SUS316L ความละเอียด 40 ไมครอน (40 μm)
ช่วยดักจับตะกอน เศษทราย สนิม และสิ่งแขวนลอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยลดการสะสมของสิ่งสกปรกในระบบท่อน้ำและอุปกรณ์ที่ใช้น้ำภายในบ้าน

ล้างทำความสะอาดง่าย ดูแลรักษาสะดวก
Philips Water AWP1830 ออกแบบให้สามารถล้างทำความสะอาดไส้กรองได้ง่าย
เพียงเปิดวาล์วระบายน้ำเพื่อชะล้างตะกอนที่สะสม พร้อมมีวงแหวนบันทึกเวลา ช่วยเตือนรอบการล้าง
ทำให้ดูแลรักษาตัวเครื่องได้สะดวกและช่วยยืดอายุการใช้งานของไส้กรอง
น้ำไหลแรง รองรับการใช้งานภายในบ้าน ด้วยอัตราการไหลสูงถึง 4 ตันต่อชั่วโมง
สามารถรองรับการใช้น้ำภายในบ้านได้หลายจุดพร้อมกัน เช่น
- ฝักบัว
- อ่างล้างหน้า
- เครื่องซักผ้า
- ก๊อกน้ำในครัว
วัสดุคุณภาพสูง เพื่อการใช้งานระยะยาว

สรุป
แม้น้ำประปาจะผ่านกระบวนการผลิตและฆ่าเชื้อตามมาตรฐาน แต่ระหว่างการส่งน้ำผ่านระบบท่อ
หรือระบบประปาภายในอาคาร ก็อาจมีสิ่งปนเปื้อนบางชนิด เช่น ตะกอน เศษทราย สนิม
หรือสิ่งแขวนลอยปะปนมากับน้ำได้ การเลือกติดตั้งเครื่องกรองน้ำตั้งแต่ต้นทาง
จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดสิ่งสกปรกก่อนน้ำจะไหลเข้าสู่ระบบใช้งานภายในบ้าน
สำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องกรองน้ำที่ดูแลรักษาง่าย Philips Water รุ่น AWP1830
โดดเด่นด้วยไส้กรองสเตนเลส SUS316Lความละเอียด 40 ไมครอน
ระบบล้างทำความสะอาดที่สะดวก อัตราการไหลสูง และวัสดุคุณภาพสูง
ช่วยปกป้องระบบน้ำและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน พร้อมเพิ่มความมั่นใจในคุณภาพน้ำที่ใช้ทุกวัน

Article Writer

